กบพิษสตรอว์เบอร์รี

กบพิษสตรอว์เบอร์รี

บทนำเกี่ยวกับกบพิษสตรอว์เบอร์รี

กบพิษสตรอว์เบอร์รี (Strawberry poison dart frog) หรือที่รู้จักกันในชื่อ กบลายนีโม่หางยาว (HMPK Nemo) เป็นกบขนาดเล็กชนิดหนึ่ง พบกระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นของภูมิภาคอเมริกากลาง มีลักษณะเด่นคือ ลำตัวสีแดงสด ตัดกับขาสีน้ำเงิน คล้ายกับลูกอมสตรอว์เบอร์รี

พิษร้ายอันตราย กบพิษสตรอว์เบอร์รี

กบพิษสตรอว์เบอร์รีมีพิษร้ายแรง จัดอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง พิษของกบชนิดนี้เกิดจากสารเคมีจำพวกแอลคาลอยด์ ซึ่งสามารถทำให้สัตว์มีพิษร้ายแรงได้ รวมถึงมนุษย์ หากถูกกัดหรือสัมผัสกับผิวหนัง อาจมีอาการปวดแสบร้อน ชา คลื่นไส้ อาเจียน และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

การผสมพันธุ์

กบพิษสตรอว์เบอร์รีเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์แบบวางไข่ โดยตัวเมียจะวางไข่ในแหล่งน้ำที่สะอาด เช่น ลำธาร หนองน้ำ ไข่จะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 10-14 วัน เมื่อลูกอ๊อดฟักออกมา จะอาศัยอยู่ในน้ำและกินสาหร่ายเป็นอาหาร จนกระทั่งโตเต็มที่ ก็จะขึ้นมาอยู่บนบก

พฤติกรรม

กบพิษสตรอว์เบอร์รีเป็นสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางวัน อาหารของพวกมันได้แก่ แมลงขนาดเล็ก เช่น จิ้งหรีด มด แมลงวัน เป็นต้น กบชนิดนี้มักอาศัยอยู่ตามพื้นดินหรือบนต้นไม้

การอนุรักษ์

กบพิษสตรอว์เบอร์รีเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากมีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อการเกษตรและที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการลักลอบจับเพื่อนำไปเป็นสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ พิษของกบชนิดนี้ยังถูกนำไปใช้ในทางการแพทย์อีกด้วย

สรุป

กบพิษสตรอว์เบอร์รีเป็นสัตว์ที่มีลักษณะสวยงาม แต่มีพิษร้ายแรง จำเป็นต้องระมัดระวังในการสัมผัสหรือจับต้อง ในปัจจุบัน กบชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครองในหลายประเทศ เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

นอกจากกบพิษสตรอว์เบอร์รีแล้ว ยังมีกบพิษชนิดอื่นๆ อีกมากมาย พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก แต่ละชนิดจะมีพิษที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีแอลคาลอยด์ที่สะสมอยู่ในร่างกาย พิษของกบเหล่านี้อาจส่งผลต่อระบบประสาท ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิตของมนุษย์ได้ หากถูกกัดหรือสัมผัสกับผิวหนัง ควรรีบล้างบริเวณที่ถูกกัดด้วยน้ำสะอาดทันที และรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

วิธีป้องกัน

หากต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่มีกบพิษอาศัยอยู่ ควรสวมรองเท้าบูทหรือถุงมือยางเพื่อป้องกันการสัมผัสกับผิวหนังของกบ นอกจากนี้ ควรระมัดระวังในการเดินป่าหรือเดินเล่นในป่าดิบชื้น หลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสกับกบที่ไม่ทราบชนิด

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://animalguru.info/