กบชะง่อนผาภูหลวง

กบชะง่อนผาภูหลวง

บทนำเกี่ยวกับกบชะง่อนผาภูหลวง

บนผาสูงชันท้าทาย กลางป่าดงดิบอันชุ่มชื้นของผาโผก จังหวัดเลย อาศัยสัตว์น้อยน่าพิศวงตัวหนึ่ง มันคือ “กบชะง่อนผาภูหลวง” ราชาแห่งผาสูง ผู้พิทักษ์สายน้ำ และนักร้องประจำป่า ด้วยเสียงร้องอันเอกลักษณ์ สร้างบทเพลงแห่งธรรมชาติที่ไพเราะจับใจ

เผยโฉมราชาแห่งผาสูง: ลักษณะพิเศษของ กบชะง่อนผาภูหลวง

กบชะง่อนผาภูหลวง(ชื่อวิทยาศาสตร์: Huia aureola) เป็นกบเฉพาะถิ่น พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 บนผาโผก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ตัวอ้วนป้อม ความยาว 63-96.5 มิลลิเมตร หัวแคบ ลำตัวยาว ขาเรียวยาวแข็งแรง นิ้วตีนปลายแผ่นกว้าง ช่วยในการยึดเกาะตามผาชื้น

สีสันของกบชะง่อนผาภูหลวงเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อม ด้านหลังมักเป็นสีเขียวอมน้ำตาล มีลวดลายจุดดำคล้ายตาข่าย ข้างลำตัวสีน้ำตาลเข้ม ด้านท้องสีขาว บริเวณขาและปลายเท้ามีสีดำตัดกับสีเขียวสด เป็นลวดลายสะดุดตา

ชีวิตเหนือผา: พฤติกรรมและถิ่นอาศัยของกบชะง่อนผาภูหลวง

กบชะง่อนผาภูหลวงขึ้นชื่อเรื่องความชำนาญในการปีนป่าย พวกมันอาศัยอยู่เหนือลำธารต้นน้ำในป่าดิบเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป ชอบเกาะตามกิ่งไม้ ใบไม้ ผาหิน หรือซอกหิน เปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ ตามระดับน้ำและความชื้น

พวกมันออกหากินในเวลากลางคืน โดยล่าแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร บนผาสูงชัน แนวทางการล่าของพวกมันจึงไม่ธรรมดา เนื่องจากต้องปีนป่าย ยึดเกาะ และโฉบเหยื่อด้วยลิ้นเหนียว บ่งบอกถึงความคล่องแคล่ว ปรับตัวเก่ง และทักษะการล่าเฉพาะตัว

บทเพลงแห่งผา: เสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของกบชะง่อนผาภูหลวง

นอกจากพฤติกรรมสุดพิเศษกบชะง่อนผาภูหลวงยังเป็นนักร้องประจำป่า พวกมันร้องเสียงคล้าย “แกร็ก แกร็ก” หรือ “แค็ก แค็ก” ซ้ำๆ อย่างรวดเร็ว เสียงทุ้มต่ำแต่ไพเราะ ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันมีเสียงร้องเฉพาะตัวอีกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสียง “คราง” เสียง “ร้องเชิญคู่” หรือเสียง “ขู่คำราม” แต่ละเสียงสื่อถึงความรู้สึกและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

เสียงร้องเหล่านี้ ไม่เพียงสร้างบทเพลงแห่งธรรมชาติที่悦耳 (悦耳: ไพเราะ) ชวนฟัง เท่านั้น ยังทำหน้าที่สำคัญในการสื่อสารกับคู่ และป้องกันเขตแดนอีกด้วย บ่งบอกถึงความซับซ้อนของระบบการสื่อสารในสังคมของกบชะง่อนผาภูหลวง

ราชาผู้เปราะบาง: ภัยคุกคามของกบชะง่อนผาภูหลวง

แม้จะสง่างามบนผาสูง กบชะง่อนผาภูหลวงก็ยังเผชิญกับภัยคุกคามหลายประการ

  • การทำลายป่า: การตัดไม้ทำลายป่า ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและแหล่งอาหารของกบชะง่อนผาภูหลวง ลดความชื้น ทำลายลำธารต้นน้ำ ป่าไม้ที่เคยเป็นบ้านอันอบอุ่น กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://animalguru.info/